กล่องส่งผ่าน (Pass Box) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในห้องคลีนรูม ห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาล และโรงงานผลิตยา เพื่อส่งผ่านสิ่งของระหว่างโซนความสะอาดที่แตกต่างกันได้อย่างปลอดภัย โดยลดการปนเปื้อนข้าม การเลือกกล่องส่งผ่านที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณามีดังนี้:
กล่องส่งผ่านแบบกลไก (Mechanical Interlock Pass-Through): ใช้กลไกทางกลเพื่อป้องกันไม่ให้ประตูทั้งสองบานเปิดพร้อมกัน ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงการแลกเปลี่ยนอากาศ
กล่องส่งผ่านแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Interlock Pass-Through): มีระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมสัญญาณเตือนและบันทึกข้อมูลเสริมสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความสะอาดสูง
กล่องส่งผ่านแบบทำความสะอาดตัวเอง (Self-Cleaning Pass-Through): ติดตั้งหลอด UV หรือแผ่นกรอง HEPA เพื่อฆ่าเชื้อหรือกรองอนุภาค
กล่องส่งผ่านแบบลามินาร์โฟลว์ (Laminar Flow Pass-Through): ให้การไหลของอากาศทิศทางเดียวเพื่อรักษาแรงดันบวกหรือลบ เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความสะอาดสูง
2. พิจารณาวัสดุและการซีล
สแตนเลส: ทนทานต่อการกัดกร่อนและทำความสะอาดง่าย เหมาะสำหรับห้องปฏิบัติการทางเภสัชกรรมและชีววิทยา
กระจกนิรภัยหรืออะคริลิก: ช่วยให้มองเห็นสิ่งของที่ถูกส่งผ่านได้
ซีลคุณภาพสูง: รับประกันความแน่นหนาเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
3. ประเมินข้อกำหนดด้านความสะอาด
เลือกระดับความสะอาดที่เหมาะสมตามมาตรฐาน ISO 14644 หรือ GMP
หากต้องการการฆ่าเชื้อ ให้เลือกตู้ส่งผ่านที่มีระบบ UV
4. ขนาดและวิธีการติดตั้ง
เลือกขนาดที่สามารถรองรับสิ่งของที่จะทำการส่งผ่านได้
ยืนยันว่าการติดตั้งแบบฝังหรือแบบติดผนังเหมาะสมกับข้อกำหนดของสถานที่หรือไม่
5. คุณสมบัติเพิ่มเติม
การควบคุมอัจฉริยะ: หน้าจอสัมผัส การจัดการการเข้าถึง การบันทึกข้อมูล ฯลฯ
การออกแบบป้องกันการระเบิด: จำเป็นสำหรับห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับวัสดุอันตราย
การทำงานที่เงียบ: ลดการรบกวนจากเสียง
6. แบรนด์และบริการหลังการขาย
เลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเพื่อคุณภาพที่เชื่อถือได้
ตรวจสอบนโยบายการรับประกันและการสนับสนุนทางเทคนิค
บทสรุป
เมื่อเลือกตู้ส่งผ่าน (Pass Box) ให้พิจารณาประเภท วัสดุ ระดับความสะอาด ขนาด และคุณสมบัติเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าตรงตามความต้องการในการปฏิบัติงานของคุณ ตู้ส่งผ่านคุณภาพสูงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในขณะที่ยังคงสภาพแวดล้อมที่ปราศจากการปนเปื้อน